disableMouse

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

VDO Presentation

วีดีโอแนะนำ กลุ่มบริษัท แอล เอส ที (L.S.T. Group)

ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิต และค้าปลีกส่งสกรูน๊อตและสินค้าสลักภัณฑ์หลากหลายชนิด



ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ http://www.grouplst.com

วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

พบกับเราได้ที่งาน Metalex 2010 ที่ Bi-tech บางนา

งานรวมสินค้าและนวัตกรรมทางด้านอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย Metalex 2010

ท่านสามารถดูสินค้าจริง และพบพูดคุยกับพนักงานขายประจำบู๊ทของเราได้ที่ Boot หมายเลข SF007 Zone Superdome ตั้งแต่วันที่ 24~27 พฤศจิกายน เวลา 10.00 ~ 19.00 น.

หากท่านบอกว่าดูมาจากเว็บไซต์นี้ รับสมุดฉีกของ LST Group ฟรี 1 เล่ม

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับท่านในงาน

ขอแสดงความนับถือ
L.S.T. Group

วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553

วิธีการเรียกน๊อตขั้นพื้นฐาน - ความแข็งของน๊อต

เมื่อเรารู้แล้วว่า น๊อตหน้าตาแบบนี้มันต้องเรียกว่าอะไร

เราก็ต้องมาให้ความสำคัญกับเกรดและความแข็ง เพราะมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ใช้

หลักการง่ายๆ ในการเลือกเกรดของหัวน๊อต ก็คือดูว่าสกรู (น๊อตตัวผู้) ที่เราจะใช้นั้นเป็นเกรดอะไร (อ่านเรื่องความแข็งของสกรูได้ที่ วิธีการเรียกสกรูขึ้นพื้นฐาน บทที่ 5 - ความแข็งของสกรู)

โดยหลักสากลแล้ว สกรูที่เป็นเหล็กเหนียว (เหล็กไม่แข็ง) นั้น จะใช้กับหัวน๊อตที่เป็นเหล็กเหนียว (Class 4) และสกรูที่เป็นเหล็กแข็งเกรด 8.8 ก็จะใช้กับหัวน๊อต Class 8 เช่นกัน

แต่เนื่องด้วยหัวน๊อต Class 8 นั้นมีราคาสูงกว่า หัวน๊อตที่เป็นเหล็กเหนียว (Class 4) จึงทำให้ผู้ใช้บางคน ยอมลด Spec มาใช้หัวน๊อตที่เป็นเหล็กเหนียว (Class 4) กับสกรูที่เป็นเหล็กแข็งเกรด 8.8 เพราะส่วนใหญ่แล้วส่วนที่รับน้ำหนักและแรงดึงจะเป็นลำตัวของสกรู หัวน๊อตจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำมาจากเหล็กแข็งในบางกรณี

ด้านล่างเป็นตารางแสดงว่าหัวน๊อต Class ใดใช้กับสกรูเหล็กแข็งเกรดใด
ตารางค่าความแข็งหัวน๊อต RITZ
ภาพประกอบ 1 - ตารางค่าความแข็งของหัวน๊อต Class 8 และ Class 10 (เกลียวมิล)

สำหรับสกรูเหล็กแข็งเกรด 5 และ เกรด 8 (เกลียวหุน) นั้น หัวน๊อตที่ใช้คู่ด้วย ก็จะมีชื่อเรียกต่างจากหัวน๊อตเกลียวมิล
ตารางค่าความแข็งหัวน๊อต RITZ
ภาพประกอบ 2 - ตารางค่าความแข็งของหัวน๊อตเกรด 1 และ เกรด 5 (เกลียวหุน)

เช่นเดียวกันกับโลหะภัณฑ์ชนิดอื่นๆ คือท่านไม่สามารถรู้ได้ว่า มันแข็งแค่ไหนโดยการดูด้วยตาเปล่า เราจึงต้องดูจากสัญลักษณ์ที่ปั๊มอยู่บนตัวสินค้า

โดย หัวน๊อต Class 8 ก็จะมีปั๊มเลข 8 และหัวน๊อต หัวน๊อต Class 10 ก็จะมีปั๊มเลข 10 อยู่ตรงขอบของหัวน๊อต

อ้าว! แล้วจะเชื่อได้ยังงัยว่าตัวเลขนั้นไม่โกหก? ไม่ใช่ว่าผู้ผลิตปั๊มตัวเลขหรือสัญลชัษณ์ขึ้นมามั่วๆ เพื่อให้ขายได้แพงๆรึ?
- นั่นเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อที่จะต้องเลือกซื้อสินค้าจากผู้ขายที่มีความน่าเชื่อถือในตลาดสูง อยู่ในตลาดมายาวนาน มีใบเซอร์รับรองคุณภาพสินค้าให้ และพร้อมที่จะรับผิดชอบ หากคุณภาพของสินค้าไม่ได้ตามมาตรฐานที่ได้เคลมเอาไว้

สรุป: หากท่านไปซื้อสินค้าตามร้านสกรูน๊อต แล้วไม่ระบุเกรดของหัวน๊อต ท่านจะได้หัวน๊อตเกรดธรรมดา (Class 4) ถึงแม้ว่าท่านจะซื้อสกรูเหล็กแข็ง 8.8 หรือ 10.9 ก็ตาม เพราะฉะนั้น หากท่านต้องการหัวน๊อตเหล็กแข็ง ท่านต้องระบุเกรดของหัวน๊อตด้วยทุกครั้ง

อ่านบทความเกี่ยวกับหัวน๊อตย้อนหลัง
บทที่ 1 - รูปร่างของน๊อต
บทที่ 2 - ขนาดของน๊อต

สนับสนุนบทความโดย L.S.T. Group - ผู้ค้าปลีกและส่ง สกรูน๊อตและสินค้าสลักภัณฑ์ทุกชนิด

วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553

วิธีการเรียกน๊อตขั้นพื้นฐาน - บทที่ 2 ขนาดของน๊อต

เช่นเดียวกับสกรู เมื่อรู้แล้วว่ารูปร่างของน๊อตชนิดนี้ มีชื่อเรียกว่าอะไร ก็ต้องระบุขนาดที่ต้องการด้วยเช่นกัน

สำหรับหน่วยวัดที่ใช้เรียกก็จะมีทั้งหุนและมิล เช่นเเดียวกัน โดยท่านสามารถอ่านละเอียดเกี่ยวกับระบบมิลและหุนได้ที่ วิธีการเรียกสกรูขั้นพื้นฐาน บทที่ 2 - ขนาดของสกรู

ทีนี้เรามาดูกันว่า หัวน๊อตนั้นมีส่วนสำคัญใดบ้างที่ใช้ในการวัดขนาด
รูปวาดสกรูน๊อต, Hex Nut Illustrator
(ภาพประกอบ 1)

จากภาพประกอบ 1 เราจะเห็นเส้น 3 เส้น และเส้นที่สำคัญที่สุดในการเรียกขนาดหัวน๊อตก็คือ เส้น ID (เส้นสีน้ำเงิน) โดย ID นั้นย่อมาจาก Inside Diameter หรือ เส้นผ่าศูนย์กลางวงใน
อีก 2 เส้นที่เหลือคือ เส้น AC และ AF
โดยเส้น AC (เส้นสีแดง) นั้นย่อมาจาก Across Corner หรือ เส้นผ่าศูนย์กลางจากมุมถึงมุม
และเส้น AC (เส้นสีชมพู) นั้นย่อมาจาก Across Flat หรือ เส้นผ่าศูนย์กลางจากขอบถึงขอบ

ทำไม ID จึงสำคัญที่สุด?
ตามที่ทราบๆ กันดีว่า หัวน๊อตน๊อตจะต้องเอาไปขันกับสกรู เพราะฉะนั้น หากเอาไปใช้งานจริงแล้วมันขันเข้ากับสกรูไม่ได้ หัวน๊อตนั้นก็เปรียบเหมือนเศษเหล็ก จึงทำให้การกำหนดขนาดของหัวน๊อตนั้น จะเรียกตามขนาดของรู หรือ ID นั่นเอง

แล้วส่วนที่เหลือสำคัญยังงัย?
ความสำคัญของ AC ก็คือจะทำให้ทราบได้ว่าต้องใช้ประแจเบอร์อะไรในการขัน
ส่วนความสำคัญของ AF ก็เพื่อทำการ Cross Check กับมาตรฐานว่าหัวน๊อตตัวนี้ ผลิตตามาตรฐานใด (DIN, JIS, ASTM เป็นต้น)

ตัวอย่างวิธีการเรียกขนาดหัวน๊อต
- หัวน๊อต M16 คือ รูเกลียวมีขนาด M16 ใช้กับสกรูโต M16
หัวน๊อตดำ 8.8

- หัวน๊อตล็อคสปริง M20 คือ รูเกลียวมีขนาด M20 ใช้กับสกรูโต M20
หัวน๊อตล็อคสปริงเหล็กแข็ง

- อายนัท (หัวน๊อตห่วง) 1/2" คือ รูเกลียวมีขนาด 1/2" ใช้กับสกรูโต 1/2" (ไม่ได้วัดตรงห่วง)
หัวน๊อตล็อคสปริงเหล็กแข็ง

เป็นต้น

อ่านบทความเกี่ยวกับหัวน๊อตย้อนหลัง
วิธีการเรียกน๊อตขั้นพื้นฐาน - บทที่ 1 รูปร่างของน๊อต

สนับสนุนบทความโดย L.S.T. Group - ผู้ค้าปลีกและส่งสกรูน๊อต และสินค้าสลักภัณฑ์ทุกชนิด

วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

วิธีการเรียกน๊อตขั้นพื้นฐาน - บทที่ 1 รูปร่างของน๊อต

มาถึงเรื่องของหัวน๊อตกันบ้าง

คนไทยส่วนใหญ่แล้ว จะเข้าใจว่าคำว่าน๊อตนั้น จะมีความหมายรวมทั้ง สกรู (น๊อตตัวผู้) และ หัวน๊อต (น๊อตตัวเมีย) แต่จริงๆ แล้ว หากผู้ใช้หรือผู้ซื้อไม่แยกชื่อเรียกให้ชัดเจน ว่า น๊อตตัวผู้ คือ สกรู และน๊อตตัวเมียคือหัวน๊อตแล้ว อาจทำให้เกิดความสับสนและอาจได้รับสินค้าที่ไม่ถูกต้องตามต้องการได้

สำหรับรายละเอียดพื้นฐานสกรูหรือน๊อตตัวผู้นั้น ท่านสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ วิธีการเรียกสกรูขั้นพื้นฐาน

เอาล่ะ เรามาเริ่มเรื่องหัวน๊อตของเรากันดีกว่า
หัวน๊อตหรือน๊อตตัวเมียนั้น เป็นที่เข้าใจกันดีว่า จะต้องมีรูตรงกลางและมีเกลียวอยู่ด้านในรู เพื่อที่จะใช้ขันร่วมกับสกรู

หัวน๊อตทั่วไปที่เรารู้จักกันดีและหลายคนคงคิดว่ามีแต่รูปร่างแบบนี้ก็คือ หัวน๊อตหกเหลี่ยม
ห้วน๊อต 8M, L.S.T. Group
(ถาพประกอบ 1)

เพราะฉะนั้นถ้าพูดว่าหัวน๊อตเฉยๆ แล้วไม่ระบุอะไรเพิ่มเติม ก็จะเป็นอันเข้าใจว่า ต้องการหัวน๊อตหกเหลี่ยม
แต่แท้จริงแล้ว หัวน๊อตนั้นมีรูปร่างหลากหลาย ซึ่งการใช้งานก็จะหลากหลายไปตามรูปร่างของมันด้วย ดังเช่น ตัวอย่างดังต่อไปนี้

หัวน๊อตกลม, L.S.T. Group
หัวน๊อตติดจาน, L.S.T. Group
หัวน๊อตหางปลา, L.S.T. Group
หัวน๊อตห่วง, L.S.T. Group
หัวน๊อตผ่า, L.S.T. Group
หัวน๊อตล็อคสปริง, L.S.T. Group
หัวน๊อตล็อคไนลอน, L.S.T. Group
หัวน๊อตแทรคเตอร์, L.S.T. Group

เป็นต้น

เพราะฉะนั้น เวลาเรียกสินค้าเหล่านี้ อย่าลืมแยก "สกรู" กับ "น๊อต" ให้ชัดเจนนะครับ

หากเรียกว่าสกรูน๊อต ก็จะเข้าใจว่า ต้องการทั้งสกรูและน๊อตครบชุด

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วิธีการเรียกสกรูขั้นพื้นฐาน บทที่ 6 - สกรูสแตนเลส


มาถึงเรื่องสกรูสแตนเลสกันบ้าง

สกรูสแตนเลสนั้นมีราคาแพงกว่าสกรูที่เป็นเหล็กแข็งกว่าเท่าตัว (อ่านเรื่องความแข็งของสกรูคลิ๊กที่นี่)

แต่ทำไมถึงต้องใช้สกรูสแตนเลสด้วยล่ะทั้งๆที่มันแพงกว่า?
นั่นก็เพราะว่า สแตนเลสนั้นมีโอกาสเกิดสนิมขึ้นน้อยกว่าเหล็กมาก เนื่องจากสนิมนั้นเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของ Carbon กับ Oxygen โดยในสกรูสแตนเลสนั้นจะมี Carbon ผสมอยู่น้อยถึงน้อยมาก (แม่เหล็กดูดไม่ติด หรืออาจจะติดบ้างแต่ไม่เท่ากับเหล็ก) ซึ่งหากการใช้งานของสกรูอยู่ในพื้นที่ที่ต้องโดนน้ำอยู่ตลอดเวลา การเลือกใช้สกรูสแตนเลสก็น่าจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า ทั้งด้านความปลอดภัยและค่าใช้จ่าย

สกรูสแตนเลสที่เป็นที่รู้จักดีและเป็นที่นิยมในบ้านเรานั้น จะมีอยู่ 2 เกรด ได้แก่ เกรด SUS-304 และ SUS-316 โดย SUS นั้นย่้อมาจาก Steel Use Stainless

โดยการเปรียบเทียบคุณสมบัติของสกรูทั้ง 2 เกรดนี้ แทบจะไม่ต้องคิดมากเลยว่า เกรด SUS-316 นั้นต้องดีกว่า SUS-304 อยู่แล้ว ทั้งการเป็นสนิมที่ยากกว่า เนื่องจากมี นิกเกิ้ล (Ni) ผสมอยู่มากกว่า 2-3.5% และสามารถทนทานความร้อนได้สูงกว่า เนื่องจากมี โมลิบดินั่ม (Mo) ผสมอยู่ด้วยในขณะที่ SUS-304 นั้นไม่มี

ซึ่งแน่นอนที่ว่า ราคาของ SUS-316 นั้นก็สูงกว่า SUS-304 เกือบเท่าตัวเลยทีเดียว (ประมาณ 80%) แต่นอกจากคุณสมบัติที่แตกต่างกัน 2 อย่างดังที่กล่าวไปแล้วนั้น คุณสมบัติอื่นๆ ของสกรู 2 เกรดนี้ เรียกได้ว่า ไม่แตกต่างกันเลย ทั้งการรับแรงกด แรงขัน แรงดึง ความแข็ง

สำหรับสกรูที่ทำมาจากสแตนเลสเกรด SUS-304 นั้น ที่หัวสกรูจะมีปั๊มสัญลักษณ์ A2 (หรือไม่ได้ปั๊ม) ส่วนเกรด SUS-316 จะปั๊มว่า A4

ตัวอย่างสกรูสแตนเลสได้แก่
จึงเห็นได้ว่า การเรียกรูปร่างของสกรูนั้น ก็ใช้วิธีการเดียวกันกับสกรูเหล็ก เพียงแต่ต้องระบุด้วยว่าต้องการแบบสแตนเลสด้วย มิฉะนั้น คนทั่วไปจะเข้าใจว่าเป็นสกรูเหล็ก

อ่านวิธีการเรียกสกรูขั้นพื้นฐานย้อนหลัง
บทที่ 1 - รูปร่างของสกรู
บทที่ 2 - ขนาดของสกรู
บทที่ 3 - เกลียวของสกรู (1)
บทที่ 4 - เกลียวของสกรู (2)
บทที่ 5 - ความแข็งของสกรู

สนับสนุนบทความโดย L.S.T. Group - ผู้ค้าปลีกและส่งสกรูน๊อต และสินค้าสลักภัณฑ์ทุกชนิด

วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

วิธีการเรียกสกรูขั้นพื้นฐาน บทที่ 5 - ความแข็งของสกรู

หลายๆท่านคงจะทราบกันอยู่แล้วว่า เหล็กนั้นแข็ง และสกรูที่ทำมาจากเหล็กก็ต้องแข็งเหมือนเหล็ก

แต่ท่านรู้หรือไม่ว่า เหล็กแต่ละท่อนนั้น มีความแข็งที่ไม่เท่ากัน เนื่องมาจากส่วนผสมทางเคมีภายในเหล็กแต่ละท่อนนั้นไม่เหมือนกันนั่นเอง

โดยสกรูที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดในบ้านเราก็คือสกรูเหล็กเหนียว หรือ สกรูแข็งเทียม (ไม่แข็งนั่นเอง ^^;) สาเหตุหลักก็เพราะมันถูกที่สุดเมื่อเทียบกับสกรูที่ทำจากเหล็กที่แข็งกว่า

แต่นับวัน จำนวนผู้ใช้สกรูเหล็กเหนียวนั้นจะลดน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากผู้ใช้เริ่มจะรู้ว่าสกรูเหล็กแข็งนั้นสามารถใช้ได้นานกว่าสกรูเหล็กเหนียวเท่าตัว แต่ราคาแพงกว่าเพียง 30% โดยประมาณ เพราะฉะนั้นจึงหันมาใช้สกรูเหล็กแข็งเพิ่มขึ้นเพราะช่วยประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางไปซื้อสินค้า (ไม่ต้องไปซื้อบ่อยๆ)

สกรูเหล็กแข็งนั้นมีหลายเกรด แต่ที่นิยมใช้ในบ้านเราก็จะมีหลักๆ แค่ 3 เกรดเท่านั้น คือ
  1. สกรูเหล็กแข็ง 8.8
  2. สกรูเหล็กแข็ง 10.9
  3. สกรูเหล็กแข็ง 12.9
โดยหากเรียกกันแค่ "สกรูเหล็กแข็ง" เฉยๆ ไม่ระบุเกรด ทุกคนจะเข้าใจตรงกันว่าคือเกรด 8.8

แล้วตัวเลขพวกนี้มีที่มาอย่างไร?
ที่มาที่แท้จริงนั้น ผู้เขียนก็ยังไม่ทราบเช่นกัน หากผู้ใดทราบรบกวนช่วยบอกกล่าวด้วยนะครับ (^_^)
แต่จากที่ดูตาราง Spec ของสกรูแล้ว ทำให้เดาได้ว่า เป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงอัตราการรับแรงดึงของสกรู
เช่น
เป็นต้น (ภาพประกอบ 1)
ตารางแรงดึงสกรูเหล็กแข็ง RITZ
ภาพประกอบ 1

วิธีดูว่าสกรูตัวไหนมีความแข็งเท่าไหร่
สำหรับสกรูหัวหกเหลี่ยมนั้น โดยทั่วไปแล้วจะมีการปั๊มเกรดอยู่ที่หัวสกรู (Head Marking) ว่าสกรูตัวนี้เกรดเท่าไหร่ เช่น สกรูหัวหกเหลี่ยม 8.8 ก็จะปั๊ม 8.8, สกรูหัวหกเหลี่ยม 10.9 ก็จะปั๊ม 10.9 เช่นนี้

แต่ก็ไม่เสมอไป(อ้าว!? ยุ่งล่ะสิ) เนื่องจากตามมาตรฐานสากลแล้ว การที่จะปั๊มเลขลงบนหัวสกรูนั้นจะใช้กับสกรูที่มีมาตรฐานเป็นเกลียวมิลเท่านั้น ส่วนสกรูที่มีมาตรฐานเป็นเกลียวหุนจะมีการแสดงสัญลักษณ์ที่ต่างออกไป เพราะว่าถ้าเป็นสกรูเหล็กแข็งของเกลียวหุน (UNC, UNF) จะเีรียกเป็น เกรด 5 และ เกรด 8 ตามลำดับ โดยความแข็งของเกรด 5 จะใกล้เคียงกับ 8.8 และ ความแข็งของเกรด 8 จะใกล้เคียงกับ 10.9 (ไม่ได้เท่ากันเป๊ะๆ)

เมื่อเป็นเช่นนี้ หัวของสกรูเหล็กแข็งที่เป็นหุนจะใช้สัญลักษณ์ดังต่อไปนี้แทนเลขเกรด
สกรูหัวหกเหลี่ยม RITZ UNC GR 5
ภาพประกอบ 2 - สัญลักษณ์ของสกรูเหล็กแข็งเกรด 5 (เทียบเท่า 8.8)
สกรูหัวหกเหลี่ยม RITZ UNC GR 8
ภาพประกอบ 3 - สัญลักษณ์ของสกรูเหล็กแข็งเกรด 8 (เทียบเท่า 10.9)หลักการดูง่ายๆ ว่าสกรูเกลียวหุนนี้เป็นเกรดไหนก็คือ ถ้าเป็นเกรด 5 ที่หัวจะปั๊ม 3 ขีด และถ้าเป็นเกรด 8 ที่หัวจะปั๊ม 6 ขีด ซึ่งการรูปแบบของขีดที่ปั๊มนี้อาจจะไม่ตรงตามรูปประกอบที่ 2 และ 3 แต่จำนวนของขีดจะต้องตรงตามที่ได้กล่าวไป

แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น หลักการที่ว่า ยิ่งเกรดของสกรูยิ่งสูง ยิ่งมีความแข็งมาก ก็ยิ่งดีนั้น ไม่สามารถใช้ได้เสมอไป เนื่องจาก ของที่แข็งมากๆ นั้น ก็จะมีความเปราะมากตามไปด้วย ซึ่งจะทำให้สกรูที่แข็งมากๆ นั้นไม่ทนทานและแตกหักได้ง่ายกว่าสกรูที่มีความแข็งน้อยกว่า

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดยิ่งขึ้นก็คือ
เปรียบสกรูเหล็กแข็ง 12.9 เป็น ไม้หน้าสาม และ เปรียบสกรูเหล็กเหนียว (แข็งเทียม) เป็น เย็ลลี่สติ๊ก

ไม้หน้าสามนั้น สามารถรับน้ำหนัก พาดเป็นคานวางของ หรือเอาไปค้ำยันอะไรต่ออะไรได้ แต่หากเราเอามันไปฟาดกับกำแพงแรงๆ มันก็จะหัก
ในขณะที่หากคุณเอาเยลลี่สติ๊กไปฟาดกับอะไรมันก็ไม่หัก อาจมีการเปลี่ยนรูปร่างไปบ้าง เพียงแต่มันรับแรงไม่ได้ ไม่สามารถวางนำไปพาดแล้ววางสิ่งของไว้บนมันได้

เพราะฉะนั้น การที่เราจะใช้สกรูเกรดใดนั้น ควรที่จะศึกษาดูก่อนว่าต้องการใช้งานมันแบบใด เพื่อที่จะเป็นการเำพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน และยังช่วยลดต้นทุนอันเนื่องมาจากการใช้สินค้าผิดคุณสมบัติอีกด้วย

อ่านวิธีการเรียกสกรูขั้นพื้นฐานย้อนหลัง
บทที่ 1 - รูปร่างของสกรู
บทที่ 2 - ขนาดของสกรู
บทที่ 3 - เกลียวของสกรู (1)
บทที่ 4 - เกลียวของสกรู (2)

สนับสนุนบทความโดย L.S.T. Group - ผู้ค้าปลีกและส่งสกรูน๊อต และสินค้าสลักภัณฑ์ทุกชนิด